news_promotions_readmore1vibration-meter-choose-efficient-measurementnewid = 583 เลือกเครื่องวัดความสั่นสะเทือนแบบไหนดี? วัดค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ;
เลือกเครื่องวัดความสั่นสะเทือนแบบไหนดี? วัดค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Share

เลือกเครื่องวัดความสั่นสะเทือนแบบไหนดี? วัดค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม “เครื่องจักร” คือ หนึ่งในหัวใจหลักของการดำเนินงานการผลิตต่างๆ แน่นอนว่าเมื่อมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เครื่องจักรเหล่านี้มักเสื่อมสภาพและต้องถูกซ่อมบำรุงเป็นธรรมดา แต่บางครั้งอาการที่บ่งบอกถึงภาวะของเครื่องจักรก็ไม่ชัดเจนมากนัก อย่างการสั่นสะเทือน ที่มักถูกมองข้ามไปได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนี้อุปกรณ์อย่างเครื่องวัดความสั่นสะเทือน จึงเป็นหนึ่งอุปกรณ์ที่ทุกโรงงานควรมีเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ก่อนซื้อเครื่องวัดความสั่นสะเทือน ควรที่จะศึกษาและเลือกให้ดีเสียก่อน เพื่อประสิทธิภาพในการวัดค่าที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ

ทำไมต้องวัดการสั่นสะเทือน? การเลือกซื้อเครื่องวัดความสั่นสะเทือนควรพิจารณาปัจจัยใดบ้าง? PAT จะมาแนะนำให้ทราบ พร้อมพามาทำความรู้จักเครื่องวัดความสั่นสะเทือนคุณภาพสูงระดับสากลจากแบรนด์ SPM

 

ทำไมต้องวัดการสั่นสะเทือนของเครื่องจักร?

โดยทั่วไป การเดินเครื่องจักรขนาดใหญ่ในโรงงานผลิตก็มักจะเกิดการสั่นสะเทือนจากการทำงานเป็นเรื่องปกติ  อย่างไรก็ตาม เมื่อความสั่นสะเทือนของเครื่องจักรเกิดเปลี่ยนแปลงหรือสั่นสะเทือนผิดรุนแรงปกติ นั่นอาจหมายความว่าเครื่องจักรกำลังมีปัญหา อย่างเช่น เฟืองชำรุด ชิ้นส่วนหลุดหลวมหรือผิดรูปเนื่องจากใช้งานมานาน การจัดแนว (Alignment) ที่ไม่ดี แบริ่งหรือตลับลูกปืนสึกหรอ เป็นต้น

ดังนั้น การมีเครื่องวัดความสั่นสะเทือนสามารถบ่งบอกถึงสภาพของเครื่องจักรได้ เพื่อให้ทราบถึงปัญหาอย่างรวดเร็วผ่านข้อมูลตัวเลขจากการวิเคราะห์ของเครื่องวัด โรงงานสามารถวางแผนการซ่อมแซมได้ล่วงหน้า ดำเนินการซ่อมบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด ให้เครื่องจักรเป็นไปตามมาตรฐานการสั่นสะเทือน (ISO 2372:1974) ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรเกิดการ Breakdown และเกิดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ค่าอะไหล่ ค่าแรงทีมงานช่างซ่อม หรือขาดรายได้ในช่วง Shutdown เพื่อซ่อมบำรุงนั่นเอง

 

โดยสามารถสรุปข้อดีของเครื่องวัดความสั่นสะเทือน ดังนี้

  • วางแผนซ่อมแซมเครื่องจักรล่วงหน้าหรือการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) ได้อย่างละเอียด
  • สามารถซ่อมบำรุงเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้อง Shutdown เพื่อซ่อมบำรุงให้เสียเวลา
  • ควบคุมการสั่นสะเทือนของเครื่องจักรให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 2372:1974 ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องจักรหรือเกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน
  • ช่วยให้เครื่องจักรสามารถเดินเครื่องได้เต็มประสิทธิภาพ
  • ช่วยประหยัดงบประมาณการซ่อมบำรุงในระยะยาว ลดการเสียโอกาสในการผลิต
  • ยืดอายุการใช้งานชิ้นส่วนหรืออะไหล่ของเครื่องจักร

เห็นได้ชัดเจนว่าเครื่องวัดความสั่นสะเทือนนั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรภายในโรงงานที่ขาดไปไม่ได้เลย ฉะนั้นมาดูกันเลยว่าควรจะเลือกซื้ออุปกรณ์ชิ้นนี้อย่างไรให้คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด

 

การเลือกซื้อเครื่องวัดความสั่นสะเทือนควรพิจารณาปัจจัยใดบ้าง?

ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายจัดจำหน่ายเครื่องวัดความสั่นสะเทือนออกมาหลายรุ่น ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติและราคาที่แตกต่างกันไป สำหรับธุรกิจโรงงาน ก็ควรเลือกเครื่องวัดความสั่นสะเทือนที่เหมาะสมกับเครื่องจักรและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานตรงจุดที่สุด โดยสามารถพิจารณาจากปัจจัยเบื้องต้น ดังนี้

1.รูปแบบการวัดความสั่นสะเทือน

หน่วยการวัดความสั่นสะเทือนถูกแบ่งออกเป็น 3 หน่วย ขึ้นอยู่กับเครื่องจักร ได้แก่

  • ระยะทางของการสั่นสะเทือน (Displacement) - นิยมวัดเป็นมิลลิเมตร (mm) หรือนิ้ว (inch) เป็นการวัดแบบเต็มคลื่น (Peak to Peak) นิยมใช้กับเครื่องจักรที่มีความเร็วรอบต่ำระหว่าง 1,000 - 1,200 RPM หรือประมาณ 20 Hz
  • ความเร็ว (Velocity) - คือการวัดการสั่นแต่ละรอบว่ามีความเร็วเท่าไหร่ในแต่ละรอบของการสั่นสะเทือน วัดเป็นหน่วยมิลลิเมตร/วินาที (mm/s) และนิ้ว/วินาที (inch/s) และมักจะวัดแบบ RMS ใช้กับเครื่องจักรที่มีความเร็วรอบสูงกว่า 1,200 RPM หรือความถี่ระหว่าง 20 - 1,000 Hz
  • อัตราเร่ง (Acceleration) - เป็นการวัดการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนของความเร็วในการเคลื่อนที่ต่อหน่วยเวลาของวัตถุที่มีการเคลื่อนที่ นิยมวัดเป็นมิลลิเมตร/วินาทีกำลังสอง (mm/s2) ใช้สำหรับวัดการสั่นสะเทือนที่มีความถี่สูงกว่า 10 kHz ขึ้นไป

ให้สังเกตว่าเครื่องจักรภายในโรงงานนั้นทำงานในช่วงความถี่หรือความเร็วรอบในระดับไหน แล้วเครื่องวัดความสั่นสะเทือนนั้นๆ สามารถวัดค่าความสั่นสะเทือนรูปแบบไหนและครอบคลุมช่วงความถี่ใดบ้าง

 

2. เทคโนโลยีที่มากับเครื่องวัดความสั่นสะเทือน

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้เครื่องวัดความสั่นสะเทือนรุ่นใหม่ๆ นั้นมักมาพร้อมกับฟังก์ชันเสริมต่างๆ เช่น การแสดงผลบนหน้าจอดิจิทัล เซนเซอร์วัดความสั่นสะเทือนและฐานรองแม่เหล็ก การบันทึกข้อมูลลงบน SD Card สำหรับตรวจสอบในภายหลัง เลือกโหมดหน่วยวัดได้หลากหลาย พอร์ตเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ ฯลฯ

หากมองว่าฟังก์ชันไหนที่เหมาะสมหรือสามารถตอบสนองความต้องการของโรงงาน ก็ควรเก็บไว้เป็นข้อพิจารณา นอกจากนี้ ยิ่งมีฟังก์ชันหรือเทคโนโลยีมากเท่าไหร่ เครื่องวัดความสั่นสะเทือนยิ่งมีราคาสูงขึ้นเท่านั้น จึงต้องพิจารณาเรื่องของงบประมาณด้วย

 

3. ความน่าเชื่อถือของแบรนด์และผู้จัดจำหน่าย

ปัจจุบันนี้มีหลากหลายแบรนด์ที่ผลิตเครื่องวัดความสั่นสะเทือนออกมาแข่งขันกันในหลายระดับคุณภาพและราคา โดยอาจเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ดังนั้นธุรกิจโรงงานควรทำการศึกษาแบรนด์ต่างๆ ให้รอบคอบเสียก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพจริง มีการรับประกัน รวมไปถึงบริการหลังการขายในกรณีที่เกิดปัญหากับอุปกรณ์ หรือปัญหาในการใช้งาน อีกทั้งตัวแทนจำหน่ายต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ มีเอกสารยืนยันชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้

 

นอกจากปัจจัยหลักๆ ทั้ง 3 ข้อนี้แล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ควรพิจารณาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการผลิต ความสะดวกในการใช้งาน ความสามารถในการเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

 

แนะนำเครื่องวัดความสั่นสะเทือนคุณภาพจาก PAT

บริษัท PAT (P&A Technology) คือตัวแทนจัดจำหน่ายเครื่องวัดความสั่นสะเทือนจากแบรนด์ SPM (SPM Instrument) อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวในโลกที่มีการวิเคราะห์ “Shock Pulse” สามารถตรวจจับสัญญาณความผิดปกติของ Bearing และ Gearbox ในเครื่องจักรรอบต่ำได้ดีกว่าการอาศัยสัญญาณการสั่นสะเทือนทั่วไป โดยมีรุ่นที่แนะนำ 2 รุ่นหลัก คือ

 

1. SPM Leonova Diamond

เครื่องวัดความสั่นสะเทือนรุ่น Flagship ของ SPM เป็นเครื่องแบบพกพาสำหรับวัดค่าความสั่นสะเทือนของเครื่องจักรที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีครบครันและคุณสมบัติการใช้งานที่ทนทานกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานเคมี เหมืองแร่ โรงงานผลิตไฟฟ้า โรงงานผลิตเหล็ก และอื่นๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษมากมาย เช่น

  • เทคโนโลยีการตรวจสอบแบริ่ง SPM HD® ลิขสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์
  • หน้าจอแสดงผล TFG-LCD Color Display ขนาด 4.3 นิ้ว
  • ปุ่ม Function สามารถตั้งค่าได้
  • รองรับทรานสดิวเซอร์ (Transducer) มาตรฐาน IEPE
  • รองรับระดับความถี่สูงถึง 40 kHz
  • วัดความเร็วได้ถึง 120,000 RPM
  • สามารถวัด FFT Spectrum ได้มากถึง 25,600 เส้น
  • มีฟังก์ชัน Stethoscope พร้อมช่องเสียบหูฟัง
  • ตัวเครื่องเสริมด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมมีมาตรฐาน IP65
  • แบตเตอรี่ Li-ion ใช้งานต่อเนื่องยาวนาน 16 ชั่วโมง สามารถถอดเปลี่ยนได้

 

2. SPM Leonova Emerald

เครื่องวัดความสั่นสะเทือนอีกหนึ่งรุ่นจาก SPM ซึ่งเป็นเครื่องวัดค่าความสั่นสะเทือนแบบพกพา มีขนาดกะทัดรัด ใช้งานได้ในทุกอุตสาหกรรม ตอบโจทย์วิศวกรและช่างเทคนิคได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบันแค่ไหนก็ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ มาพร้อมคุณสมบัติโดดเด่นมากมาย อาทิ

  • เทคโนโลยีการตรวจสอบแบริ่ง SPM HD® ลิขสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์
  • หน้าจอแสดงผล TFG-LCD Color Display ขนาด 3.5 นิ้ว
  • ปุ่ม Function สามารถตั้งค่าได้
  • รองรับทรานสดิวเซอร์ (Transducer) มาตรฐาน IEPE
  • รองรับระดับความถี่สูงถึง 20 kHz
  • วัดความเร็วได้ถึง 120,000 RPM
  • สามารถวัด FFT Spectrum ได้มากถึง 12,800 เส้น
  • มีฟังก์ชัน Stethoscope พร้อมช่องเสียบหูฟัง
  • ตัวเครื่องเสริมด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมมีมาตรฐาน IP65
  • แบตเตอรี่ Li-ion ใช้งานต่อเนื่องยาวนาน 18 ชั่วโมง สามารถถอดเปลี่ยนได้

 

เครื่องวัดความสั่นสะเทือนทั้ง 2 รุ่นนี้มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 300,000 - 400,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับฟังชั่นที่ทางลูกค้าต้องการ

หากสนใจสามารถติดต่อสอบถาม หรือ สั่งซื้อสินค้าผ่านช่างทางต่างๆ

โทร.: 02-454-2478

Email: info@pat.co.th

LINE OA: https://lin.ee/4FaAArm0d

 

ติดตามข่าวสารและโปรโมชันใหม่ๆ จากเราก่อนใคร

Facebook: P&A Technology Company Limited

Instagram: pandatech_official